คณะทำงานยุทธศาสตร์ประชาธิปัตย์เชียงราย แถลงการณ์สนับสนุน 6 นโยบายพัฒนาภาคเหนือ.

ประชาธิปัตย์เชียงราย เชื่อได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้น หลังรัฐมนตรีของพรรค ทำตามนโยบายสำคัญขับเคลื่อนประเทศไปทิศทางที่ดี เสนอชื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป และเป็นผู้นำทัพการเลือกตั้งครั้งใหม่

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2564 นายชิติพัทธ์ วังยาว คณะทำงานยุทธศาสตร์ประชาธิปัตย์เชียงราย พร้อมด้วยคณะทำงาน พรรคประชาธิปัตย์ภาคเชียงราย และ นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ แถลงการณ์สนับสนุน 6 นโยบายพัฒนาภาคเหนือ “นราพัฒน์” ยิ้มรับข้อเสนอนโยบายเพิ่ม ยันพร้อมช่วยเสริมแกร่งเศรษฐกิจให้เชียงราย ที่โรงแรม ไดมอนด์ ปาร์ค อินน์ เชียงราย รีสอร์ท

โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ และคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ภาคเหนือได้ประกาศแถลงร่างนโยบายภาคเหนือไว้

ดังนั้น คณะทำงานยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดเชียงราย จึงได้จัดประชุมร่วมกับทางคณะยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ ขึ้นในวันที่ 24-25 ธันวาคม 2564 เพื่อต่อยอดเชื่อมโยงร่างนโยบายภาคเหนือที่ได้ประกาศไปแล้ว รวมถึงนำเสนอนโยบายเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับปัญหาและแนวทางในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ตลอดจนการนำเสนอนโยบายอื่นๆ ของจังหวัดเพิ่มเติมขึ้นมา โดยคณะทำงานยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดเชียงรายมีมติ เห็นชอบในร่างนโยบายที่ นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้แถลงไปแล้วทุกข้อ ซึ่งในแต่ละนโยบายก็จะมีข้อเสนอเพิ่มเติมที่เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องและต่อยอดเพื่อแก้ไขและพัฒนาจังหวัดเชียงราย โดยทางคณะยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงรายมีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะเสนอชื่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้นำทัพการเลือกตั้ง

พร้อมกันนี้ เห็นชอบในการผลักดันการแก้ไขปัญหาที่ดิน ทั้งเร่งรัดการออกโฉนดการแก้ไขปัญหาหนี้สินเพื่อรับโฉนดคืนการแก้ไขที่ดินทับซ้อน และแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าให้หมดไป โดยที่คณะทำงานจังหวัดเชียงรายมีข้อเสนอเพิ่มเติมคือ เร่งรัดการสร้างความมั่นคงในพื้นที่ทำกินโดยเน้นให้ภาครัฐเปิดเวทีเจรจาสร้างข้อตกลงร่วมกับชุมชน ตลอดจนแก้ปัญหาที่ดินทั้งที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ให้สามารถเข้าร่วมกับโครงการของภาครัฐได้ สามารถใช้ขึ้นทะเบียน GAP เพื่อยกระดับความน่าเชื่อในการส่งออกได้ ผลักดันการยกระดับรายได้เกษตรกรในสินค้าเกษตรทุกชนิด โดยชูโครงการประกันรายได้เกษตรกรและเพิ่มรายการสินค้าเกษตรในโครงการให้มากขึ้น เช่น การประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกลำไย และการปรับเพิ่มเกณฑ์จำนวนปริมาณข้าวเปลือกต่อครัวเรือน รวมทั้งเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ ขยายระบบชลประทานครอบคลุมพื้นที่การเกษตร เพื่อเป็นหลักประกันอาชีพเกษตรกร โดยเน้นการแก้ปัญหาพื้นที่ชลประทานที่ทับซ้อนเขตป่าไม้ และพื้นที่บ้านเรือนชุมชน และสร้างพื้นที่เก็บน้ำเพิ่มเติม เช่น ในพื้นที่แม่น้ำกกและแม่น้ำอิง เป็นต้น

ชูนโยบายพัฒนาการค้าออนไลน์ โดยส่งเสริมการอบรมพัฒนาผู้ประกอบการและเพิ่มทักษะให้พ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่เป็นผู้ประกอบการหรือ sme ส่งออกได้

ชูนโยบายผลักดันการค้าชายแดนและผ่านแดน ใช้ยุทธศาสตร์ “เชื่อมเหนือเชื่อมโลก” โดยให้ภาคเหนือเป็นฮับ หรือศูนย์กลางด้านการส่งออกสินค้าผ่านตลาดจีน ซึ่งเป็นฐานตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ซึ่งจังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดชายแดนที่มีสินค้าส่งออกผ่านด่านมากมายเช่น ด่านแม่สาย ด่านเชียงแสน ด่านเชียง โดยมีทั้งสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งนโยบายนี้ตอบโจทย์จังหวัดเชียงรายเป็นอย่างดี

ชูนโยบายการท่องเที่ยว เตรียมความพร้อมเปิดประเทศตอนรับนักท่องเที่ยว สร้างมัคคุเทศก์ท้องถิ่น สร้างรายได้ให้พื้นที่ให้ประเทศ พร้อมดูแลกลุ่มชาติพันธุ์ เรื่องสัญชาติ ที่ดินทำกิน โดยคณะทำงานจังหวัดเชียงราย เสนอ เน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงนิเวศน์ และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นต้น

คณะทำงานจังหวัดเชียงราย เสนอนโยบายเพิ่มเติมคือ นโยบายท้องถิ่นนิยม คือส่งเสริมให้แต่ละพื้นที่ในจังหวัดเชียงรายดึงอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นที่มาพัฒนาสร้างสรรค์ต่อยอดคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

นายชิติพัทธ์ กล่าวว่า สำหรับจังหวัดเชียงราย ปัญหาสำคัญที่อยากให้ได้รับการแก้ไขโดยเร็วและถือเป็นปัญหาสำคัญ คือ การผลักดันแก้ไขปัญหาที่ดิน ซึ่งต้องมีการดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพราะจากที่คณะทำงานยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงราย ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง พบว่า ยังมีปัญหามากมายที่ต้องได้รับการแก้ไขมากมาย เช่น ควรควบคุมจำกัดการถือครองที่ดิน ไม่ให้ถือครองมากเกินไป หรือเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนโดยไม่จำกัด อีกทั้งควรมีการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับผู้ไม่มีที่ดินทำกิน และแก้ไข พรบ.ป่าไม้ เพราะเกษตรกรปลูกต้นไม้ เช่น ไม้สักแล้วมีปัญหาตัดไม่ได้ ควรแก้ไขให้ตัดอย่างถูกกฏหมาย และอื่น ๆ จากปัญหาทั้งหมดนี้ จึงอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ทางด้าน นายนราพัฒน์ กล่าวว่า นโยบายเพิ่มเติมที่ทางคณะทำงานยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงรายได้นำเสนอ มีการนำไปเข้าสู่การพิจารณา เพื่อเพิ่มเติมแก้ไขในนโยบายทั้ง 6 ข้อ เพื่อให้แนวการดำเนินงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่ชัดเจน ตรงกับความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะจังหวัดต่างๆในภาคเหนือ โดยยุทธศาสตร์ที่จัดทำขึ้นนี้จะมีการนำเสนอยังไปกรรมการบริหารพรคประชาธิปัตย์ เพื่อบรรจุเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์การพัฒนาประเทศต่อไป

“ เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ในการก้าวเป็นศูนย์กลางด้านการค้าการลงทุน เหมาะสมในการเป็น HUB ทั้งการค้าชายแดน การส่งออกสินค้า เช่น ด้านเกษตร ทั้งพืชและปศุสัตว์ อย่างเช่น โคเนื้อ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จึงมีความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะสนับสนุนพัฒนาจังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และรายได้เพิ่มให้กับคนเชียงราย” นายนราพัฒน์ กล่าว

นายนราพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่า จากผลงานการทำงานของหัวหน้าพรรค และ รัฐมนตรีของ พรรคฯ จะสามารถได้คะแนนเสียงจากประชาชนชาวเชียงรายมากขึ่้น เพราะผลงานที่ทำนั้นประจักษ์ต่อสายตาทุกคน เห็นเป็นรูปธรรม ที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และการเกษตร.

 2,596 total views,  2 views today