ชาวเชียงรายร่วมใจ ระดมความคิดเห็นในงาน “กรมทรัพยากรน้ำเปิดเวทีรับฟังความเห็น เดินหน้าแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูหนองหลวงอย่างยั่งยืน”.

Loading

👉วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พร้อมด้วย ดร.เทพรัตน์ วิริโยธิน ผอ.ส่วนส่งเสริมและประสานงานมวลชน นำผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) คณะที่ปรึกษานำเสนอรายละเอียดโครงการ สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การจัดประชุมครั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อผลการศึกษา รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวงอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ภายใต้หลักการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน ตามแนวทางอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ

Screenshot

พื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวงนับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อจังหวัดเชียงรายและภูมิภาค ทั้งในด้านระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งต้นน้ำ และวิถีชีวิตของประชาชนในชุมชนโดยรอบ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวเผชิญกับปัญหาคุณภาพน้ำ การบุกรุกพื้นที่ชุ่มน้ำ รวมถึงผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ที่ดินและกิจกรรมทางการเกษตร ซึ่งส่งผลต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศโดยรวม

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำและคณะที่ปรึกษาได้จัดทำ (ร่าง) กรอบแนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่ (Conceptual Design Plan) และ (ร่าง) แผนหลักการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวง เพื่อใช้เป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืนในอนาคต

เวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวงอย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การรักษาทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้น ที่อย่างยั่งยืน

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ และออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวง จังหวัดเชียงราย มีเป้าหมายสำคัญเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำ เสริมสร้างความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม ทั้งด้านการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการกำหนดแนวทางและแผนหลักในการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวงอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ โครงการยังให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อให้แนวทางการดำเนินงานมีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการร่วมกันเสนอความคิดเห็นและแนวทางที่สร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาโครงการให้เกิดประโยชน์ต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของหนองหลวงอย่างยั่งยืน

ดร.เทพรัตน์ วิริโยธิน ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและประสานงานกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่าหนองหลวงเป็นพื้นชุ่มน้ำที่มีน้ำไหลมาเติมตลอดทั้งปี น้ำไม่แห้งขอด แต่ที่ผ่านมามีการใช้ประโยชน์จากหนองหลวงเพียงแค่การนำน้ำไปใช้ในการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตรเท่านั้น จึงทำให้ต้องเข้ามาทำการศึกษาความเหมาะสมด้านอื่น โดยทำการศึกษาใน 4 มิติคือการสำรวจด้านชีวภาพ ว่ามีนกปลา มีจำนวนมากแค่ไหนอาศัยอยู่พื้นที่ไหนบ้าง เพราะปัจจุบันพันธุ์ปลาหลักเช่นปลาตะเพียนที่ชาวบ้านนำไปทำปลาส้มนั้นสลดปริมาณลง เพื่อสามารถจัดพื้นที่เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาได้ นอกจากนี้ยังมีการศึกษามิติด้านกายภาพซึ่งจะสอดรับแผนพัฒนาของจังหวัด ที่มีแผนที่จะปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบหนองหลวง มิติด้านการใช้ประโยชน์ และด้านความผูกพันชุมชนกับแหล่งน้ำ

ดร.เทพรัตน์ กล่าวต่อว่าตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและสำรวจจัดทำคู่มือการอนุรักษ์ พื้นฟูและการใช้ประโยชน์ออกมาใช้พร้อมๆกัน จากนั้นก็จะนำมาออกแบบร่วมกับภาคส่วนต่างๆเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมและยั่งยืนในอนาคต ซึ่งหนองหลวงจากการสำรวจศึกษาเบื้องต้นพบว่าเป็นแหล่งน้ำที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะคุณภาพน้ำอยู่ในเกณท์ดีและถึงขั้นที่ดีมาก หลังจากนี้ก็จะนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจำทำการศึกษาเฉพาะกลุ่มอีก 5 ครั้ง ในกลุ่มผู้ส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งข้อมูลทางวิชากการ ความเป็นจริงในการใช้ประโยชน์ ก่อนจัดแผนแผนแม่บทในการพัฒนาออกมา อย่างยิ่งในแง่ของการเป็นแหล่งวท่องเที่ยวและการพัฒนาให้เป็นแหล่งน้ำหลัก ที่จะต้องพัฒนาให้มีการสอดรับกับวิถีธรรมชาติและวิถีชุมชน

ด้านนายเกชา ยาวิชัย กำนันตำบลเวียงชัย กล่าวว่าชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบหนองหลวงจะนำน้ำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเสียเป็นส่วนใหญ่และบางส่วนถูกนำไปใช้เพื่อการเกษตรโดยเฉพาะการทำนาข้าว ซึ่งที่ผ่านหนองหลวงในช่วงหน้าแล้งน้ำก็แล้ง ฤดูน้ำเยอะก็เกิดน้ำหลาก ซึ่งชาวบ้านคาดหวังกับการศึกษาวิจัยในการครั้งนี้ว่าจะเป็นประโยชนืแก่ประชาชนในพื้นที่ อยากให้มีการศึกษาอย่างครอบคลุม สอดคล้องกับความต้องการของชาวบ้านในชุมชนเป็นหลัก สภาพหนองหลวงตอนนี้ยังมีความตื้นเขินมีวัชพืชเยอะ การแบ่งโซนนิ่งพื้นที่ยังไม่ชัดเจน หน้าฝนเกิดน้ำหลากมีผักตบชวาไหลมามาก หน้าแล้งก็แห้งเก็บน้ำไม่อยู่ เพราะยังไม่ได้รับการพัฒนาทั้งแก้มลิงและตลิ่งเท่าที่ควร

นายเกชา กล่าวด้วยว่าหนองหลวงครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล 2 อำเภอ ตำบลห้วยสัก อำเภอเมือง ตำบลดอนศิลาและตำบลเวียงชัยของ อำเภอเวียงชัย เนื้อที่เกือบหมื่นไร่ ต้องทำการศึกษาขอบเขตพื้นที่ให้ชัดเจน ความต้องการของพี่น้องแต่ละตำบลแต่ละอำเภอที่มีความต้องการไม่เหมือนกันและการใช้ประโยชน์ไม่เหมือนกัน จะเหมารวมหมดไม่ได้ผลกระทบจะตกกับพี่น้องชาวบ้าน ซึ่งในส่วนของตำบลเวียงชัยเองแม้หนองหลวงจะอยู่ในพื้นที่แต่ก็ไม่ได้ประโยชน์จากน้ำมากนัก ส่วนมากจะผันน้ำไปให้ชาวบ้านตำบลข้างเคียงเช่นตำบลเมืองชุมหรือตำบลเวียงเหนือ ชาวบ้านจึงอยากให้พัฒนาเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจหรือสถานที่ท่องเที่ยวเป็นหลัก ส่วนตำบลอื่นก็อาจพัฒนาเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรต่อไป.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *